Biodiversity

การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในพันธกิจของเรา

ที่ MSIG เราพยายามพัฒนาสังคมและสร้างความมั่นคงในอนาคตให้กับโลก ด้วยการส่งมอบความปลอดภัยและความอุ่นใจให้กับผู้คน และในฐานะผู้ให้บริการด้านประกันภัย เราเห็นคุณค่าสำคัญในทุกสิ่ง เราตระหนักว่าการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานของระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ เพราะความหลากหลายทางชีวภาพมอบทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ และยารักษาโรค ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือกุญแจสำคัญในการสร้างสังคมที่ยั่งยืนและการอยู่รอดของมนุษย์

ความหลากหลายทางชีวภาพ ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชมวิดีโอและหาคำตอบว่าการร่วมมือครั้งใหม่จะช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างไร

นอกจากนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าไปดูวิดีโอเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มเติมได้ทางเพลย์ลิสต์ของเราบนYouTube.

การร่วมมือกับ
Conservation International
Asia-Pacific

MSIG ร่วมมือกับ Conservation International Asia-Pacific (CIAP) เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ โดยสนับสนุนการอนุรักษ์ป่าไม้และมหาสมุทร การลงทุนในครั้งนี้เป็นการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสภาพอากาศด้วยวิธีธรรมชาติ เพราะธรรมชาติมีส่วนช่วยลดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ถึง 30% โดยการกำจัดหรือหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอน

ดูเพิ่มเติม
partners
partners
&nbps;

เราสร้างความแตกต่างในเอเชียได้อย่างไร

biodiversity
300,000
ต้นไม้ที่ปลูกในพื้นที่กว่า 350 เฮกตาร์
ความหลากหลายทางชีวภาพ
185
ครอบครัวที่ได้รับการฝึกอบรมวิธีการเพาะปลูก
ความหลากหลายทางชีวภาพ
337
นักเรียนที่ได้อบรมในชั้นเรียนความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา
ความหลากหลายทางชีวภาพ
97,057
เมล็ดที่ถูกแจกจ่ายเพื่อเพาะปลูก
ความหลากหลายทางชีวภาพ
165
ครูที่ได้รับการอบรมเรื่องสิ่งแวดล้อมศึกษา
ความหลากหลายทางชีวภาพ
23
สายพันธุ์นกที่ได้รับการบันทึกเพิ่มเติมในฐานข้อมูล
ความหลากหลายทางชีวภาพ
21,300
ต้นโกงกางที่ถูกปลูก
ความหลากหลายทางชีวภาพ
22
โรงเรียนที่ได้เข้าร่วมโครงการสิ่งแวดล้อมศึกษา
ความหลากหลายทางชีวภาพความหลากหลายทางชีวภาพ
9
สายพันธุ์ผีเสื้อที่ได้รับการบันทึกเพิ่มเติมในฐานข้อมูล

ระบบนิเวศกับเรา:
การเชื่อมโยงกันของธรรมชาติ

การร่วมกันปกป้องระบบนิเวศในวงกว้างเป็นการช่วยลดความเสี่ยงที่โลกใบนี้จะเผชิญกับความสูญเสียจากมหันตภัยร้ายแรง ระบบนิเวศคือพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่พืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ รวมถึงสภาพอากาศและภูมิประเทศ มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน พื้นผิวโลกทั้งหมดประกอบด้วยระบบนิเวศแบบต่างๆ ที่มีความเชื่อมโยงกันและกัน ยิ่งระบบนิเวศมีความหลากหลายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างคุณประโยชน์ให้มากเท่านั้น

คลิกบนระบบนิเวศแต่ละแบบทางขวามือเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

 
ป่าโกงกาง
ป่าโกงกาง
ท้องทะเล
ท้องทะเล
ป่าไม้
ท้องทะเล

ความเชื่อมโยงกันของธรรมชาติ:

ระบบนิเวศ
ของป่าไม้

ป่าไม้คือหนึ่งในระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดบนโลก ป่าฝนเขตร้อนเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์มากกว่าแหล่งที่อยู่อาศัยอื่นๆ และทั้งหมดต่างก็มีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร การเจริญเติบโต การอยู่รอด ฯลฯ

ตัวอย่างเช่น:

ป่าไม้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด
สัตว์บางชนิดกินพืชเป็นอาหาร
พืชต้องการดินที่อุดมสมบูรณ์เพื่อเติบโต
เห็ดราช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุเพื่อเพิ่มแร่ธาตุอาหารในดิน

ต่อจากนี้ เราจะได้เห็นว่าป่าไม้ ตัวลิ่นซุนดา และปลวกมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร และป่าไม้ส่งผลกระทบอย่างไรต่อมนุษย์บ้าง

ในระบบนิเวศของป่าไม้ ประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งพืช แบคทีเรีย เห็ดรา แมลง นก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างเช่น ชะนี เหยี่ยว เสือดาว นางอาย และอื่นๆ อีกมากมาย ป่าไม้หนึ่งตารางกิโลเมตรอาจเป็นแหล่งที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตกว่า 1,000 สายพันธุ์

 
 

ตัวลิ่นซุนดาที่อาศัยอยู่ในป่าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และในแต่ละปีสัตว์ชนิดนี้จะกินแมลงอย่างปลวกมากถึง 70 ล้านตัว

 

ถ้าไม่มีตัวลิ่นซุนดา ประชากรปลวกก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

และเมื่อประชากรปลวกเพิ่มขึ้น จะทำให้สุขภาพของป่าไม้อ่อนแอลง เหตุการณ์เช่นนี้จะส่งผล
กระทบต่อกิจกรรมทางการเกษตรของชุมชนในท้องถิ่น รวมถึง 1 ใน 4 ของประชากรที่ต้องพึ่งพาป่าไม้ในการดำรงชีวิตโดยตรง

 
 

ความเชื่อมโยงกันของธรรมชาติ:

ระบบนิเวศ
ในท้องทะเล

ระบบนิเวศในท้องทะเลเป็นระบบนิเวศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนโลก และประกอบด้วยพืชและสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ เช่น หญ้าทะเล ปะการัง ปลา ปลากระเบน เต่า ปลาพะยูน รวมไปถึงสาหร่ายเซลล์เดียว แพลงตอน และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ต่างก็ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

ตัวอย่างเช่น เมื่ออุณหภูมิมหาสมุทรเปลี่ยนแปลง ก็จะส่งผลกระทบต่อพืชสายพันธุ์ต่างๆ ในทะเล ทำให้สัตว์ทะเลที่ต้องกินพืชเหล่านี้เป็นอาหาร หรือใช้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย จะต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ย้ายไปยังระบบนิเวศอื่น หรือสูญพันธุ์ไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลต่อเราอย่างมหาศาลด้วยเช่นกัน

ในตัวอย่างนี้ เราจะเข้าใจว่าปลาฉลามมีบทบาทสำคัญต่อความอุดมสมบูรณ์ของมหาสมุทรอย่างไรบ้าง
 

 

ฉลามมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ เพราะเป็นสุดยอดนักล่าในทะเล อีกทั้งยังเป็นดัชนีวัดความ
อุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลด้วย

 
 
 
 
 

ฉลามช่วยสร้างความสมดุลระหว่างสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ต่างๆ และกำจัดปลาที่ป่วยและอ่อนแอออกไปจากฝูงปลาที่เป็นเหยื่อ เหลือไว้แต่ประชากรปลาที่แข็งแรงและสามารถเติบโตจนกลายมาเป็นอาหารของมนุษย์

 
 
 
 

เนื่องจากฉลามมีอิทธิพลต่อแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตในบริเวณกว้าง รวมถึงนิสัยการกินเหยื่อ จึงช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของหญ้าทะเลและแนวปะการังที่เป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์ทะเลทางอ้อมอีกด้วย

 
 
 
 
 
 
 

ความเชื่อมโยงกันของธรรมชาติ:

ระบบนิเวศ
ของป่าโกงกาง

ป่าโกงกางคือของขวัญจากธรรมชาติในการแก้ไขปัญหาสภาพอากาศ เพราะช่วยบรรเทาความรุนแรงของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยกักเก็บก๊าซคาร์บอนได้มากกว่าป่าประเภทอื่นๆ ถึง 3 เท่าไว้ในต้นไม้และตะกอนดินเลน ซึ่งเรียกกันว่า "บลู คาร์บอน" นอกจากนั้นแล้ว ป่าชายเลนยังกักเก็บคาร์บอนได้มากกว่าป่าไม้ทั่วไปถึง 4 เท่า ถึงแม้ว่าจะมีสัดส่วนป่าโกงกางเพียงแค่ 0.1% บนโลกเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ระบบนิเวศของป่าโกงกางยังเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่สร้างคุณประโยชน์และมีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดบนโลกด้วย เพราะป่าโกงกางเป็นแหล่งที่อยู่สำคัญของสัตว์ทะเล เช่น ปลากะพง ปลาฉลาม พะยูน ปู และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ต่างก็ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันเพื่อความอยู่รอด

ตัวอย่างนี้จะแสดงให้เห็นว่าป่าโกงกางสร้างอาหารให้กับปลาตามแนวปะกางรังได้อย่างไร

ป่าโกงกางเป็นระบบนิเวศที่สร้างคุณประโยชน์มหาศาล เพราะส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของ
สารอาหาร ปลาตัวเล็ก และ
แพลงตอน

 
 
 

กระแสน้ำลงแต่ละครั้งจะพัดพาสารอาหารออกจากป่าโกงกางไปเป็นอาหารของแพลงตอน
และปลาตัวเล็กๆ มากมาย

 
 
 
 

แพลงตอนและปลาตัวเล็กเมื่อว่ายผ่านแนวปะการัง ก็จะกลายเป็นอาหารของปลาตามแนวปะการังทุกชนิด รวมไปถึงฉลามวาฬขนาดใหญ่ด้วย

 
 

ศูนย์รวมความรู้

ชมวิดีโอและอ่านบทความเหล่านี้ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ

Why companies must lead the sustainability charge
© Conservation International/photo by John Martin
บทความ

ทำไมองค์กรถึงต้องเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนความยั่งยืน

Natural Climate Solutions
วิดีโอ

การแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศด้วยธรรมชาติ

&nbps;
เราได้เรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ

เราได้เรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ

ความหลากหลายทางชีวภาพ

สิ่งมีชีวิตบนโลกประกอบด้วยสิ่งมีชีวิต ทั้งพืช สัตว์ และจุลินทรีย์นับล้านๆ สายพันธุ์ ที่กระจัดกระจายอยู่ในระบบนิเวศหลากหลายแบบ ตั้งแต่ในแม่น้ำ ป่าดิบชื้น ไปจนถึงทะเลทราย และมหาสมุทร ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตเช่นนี้ เราเรียกว่า ‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ โดยคำว่า ‘Bio’ แปลว่า ชีวิต ส่วนคำว่า ‘Diversity’ แปลว่า ความหลากหลาย ดังนั้น ‘Biodiversity’ ก็คือความหลากหลายทางชีวภาพนั่นเอง

ทำไมความหลากหลายทางชีวภาพมีความสำคัญต่ออนาคตของพวกเรา?

ทำไมความหลากหลายทางชีวภาพ

มีความสำคัญต่ออนาคตของพวกเรา?

โลกของเราคือใยแมงมุมที่ซับซ้อน ประกอบด้วยเส้นโยงใยต่างๆ มากมาย โดยเส้นใยแต่ละเส้นเป็นตัวแทนของสิ่งมีชีวิตที่หลากหลายที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศ และเส้นใยทุกเส้นมีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างเหนียวแน่น ผืนป่าคือบ้านของสัตว์ สัตว์กินพืชเป็นอาหาร ผึ้งและแมลงต่างๆ มีหน้าที่ผสมพันธุ์พืช พืชต้องการดินที่อุดมสมบูรณ์เพื่อการเติบโต ดินอุดมสมบูรณ์ได้ด้วยเชื้อราที่คอยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุต่างๆ สิ่งมีชีวิตในแต่ละสายพันธุ์ต่างก็มีบทบาทและหน้าที่ในระบบนิเวศธรรมชาติและคอยช่วยหล่อเลี้ยงประชากรโลกที่มีมากกว่า 7 พันล้านคนให้ยังคงดำรงชีวิตได้อย่างปรกติสุขสิ่งสำคัญที่เราจะต้องคำนึง คือหากสายสัมพันธ์ใดสายสัมพันธ์หนึ่งขาดตอนไป เมื่อนั้นโลกใยแมงมุมของเราก็จะเริ่มแปรปรวน และส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่อย่างต่อเนื่อง

ความหลากหลายทางชีวภาพ คือ เป็นรากฐานสำคัญที่หล่อหลอมสิ่งมีชีวิตทั้งหลายไว้ด้วยกันบนโลกใบนี้ ความหลากหลายทางชีวภาพ คือหัวใจสำคัญที่หล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตบนโลกให้ต้องพึ่งพาอาศัยกันในการดำรงชีวิต ระบบนิเวศธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ถือเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของทรัพยากร และอื่นๆอีกมากมายหลายสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ ดังต่อไปนี้

biodiversity

แหล่งอาหารที่ยั่งยืน

biodiversity

แหล่งน้ำสะอาด

biodiversity

ยารักษาโรค

biodiversity

แหล่งออกซิเจน

biodiversity

กิจกรรมทางเศรษฐกิจ

biodiversity

สภาพภูมิอากาศที่ตรงตามฤดู

biodiversity

ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ลดลง

ทำไมความหลากหลายทางชีวภาพถึงถูกคุกคาม?

ทำไมความหลากหลายทางชีวภาพ

ถึงถูกคุกคาม?

.

 

 

ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก ปลา สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ได้ลดจำนวนลงกว่า 60%* และมีการคาดการณ์ว่าจะลดจำนวนลงต่อไปเรื่อยๆ

 

ซึ่งพวกเราทุกคนคือตัวการสำคัญที่ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดความสมบูรณ์ลงไปทั้งจากการตัดไม้ทำลายป่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ รวมถึงการทิ้งขยะพลาสติกและสารเคมีอันตรายลงไปในแม่น้ำและท้องทะเล

 

การบริโภคที่ขาดความรับผิดชอบ และการพัฒนาแบบไม่คำนึงถึงความยั่งยืน ได้ทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ จนไปเร่งอัตราการเกิดภาวะโลกร้อนให้สูงขึ้น และลุกลามไปสู่การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งยิ่งใหญ่อีกด้วย เมื่อเราได้รับรู้แล้วว่า เราคือต้นตอของปัญหา เราควรที่จะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติ มุมมองความคิดและพฤติกรรม เพื่อร่วมมือร่วมใจกันหาทางออกเพื่ออนาคตที่ยังยืนให้กับพวกเราทุกคน

*Source: Wildlife population has fallen by 60% in just over 40 years. (WWF Living Planet Report, 2018)

ความหลากหลายทางชีวภาพและคุณ

ความหลากหลายทางชีวิตภาพ

ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของคุณ

คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของคุณคืออะไร คาร์บอนฟุตพริ้นท์คือการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการเลือกใช้ชีวิตของคุณ เช่น วิธีการเดินทางที่คุณใช้ หรืออาหารที่คุณรับประทาน ซึ่งล้วนแต่ส่งผลต่อสภาพอากาศ

มาดูกันว่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของคุณคืออะไรบ้าง โดยใช้การคำนวณของ Conservation International และเรียนรู้วิธีการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของคุณเลยตั้งแต่วันนี้

มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันในการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ

มาดูกันว่าลูกค้าของเราดำเนินการตามนโยบายและหลักปฏิบัติทางธุรกิจอย่างไรบ้างเพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและช่วยให้ธรรมชาติกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

ความหลากหลายทางชีวิตภาพ

ไทย ยูเนี่ยน: คำมั่นสัญญาในการจับปลาทูน่าอย่างยั่งยืน

ส่งเสริมการจับปลาทูน่าทั่วโลกอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตของคนรุ่นต่อไป

ความหลากหลายทางชีวิตภาพ

MTR: เมื่อการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพคือนโยบายขององค์กร

อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของพันธุ์พืชและสัตว์ในพื้นที่ชุ่มน้ำ Lok Ma Chau