05-2026
พ.ร.บ. คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร แนะนำข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับพ.ร.บ.. ต่ออายุอย่างไร ต่อพ.ร.บ.รถยนต์ ได้ที่ไหน รถแต่ละแบบมีค่าเบี้ยประกันต่อพ.ร.บ.เท่าไหร่
พ.ร.บ. คืออะไร สำคัญอย่างไร ทำไมคนมีรถต้อง ต่อ พ.ร.บ.

พ.ร.บ. นั้นเป็นประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับที่รถยนต์ทุกคันต้องทำอยู่แล้ว ซึ่งจะเน้นคุ้มครองผู้ประสบอุบัติเหตุโดยเฉพาะ วันนี้ MSIG ประกันภัยของเราจึงจะมาให้รายละเอียดสำคัญต่างๆ ของพ.ร.บ. รถยนต์ กันว่าพ.ร.บ. คืออะไร มีขั้นตอนในการทำอย่างไร การต่อ พ.ร.บ. ต้องทำอย่างไร และสามารถทำพ.ร.บ. ออนไลน์ ได้ไหม เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมกัน
พ.ร.บ. คืออะไร ทำไมรถทุกคันต้องทำ
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือพ.ร.บ. คือประกันภัยภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องทำ โดยมีจุดประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถทุกคน เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาพ.ร.บ.ก็จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าสินไหมทดแทนให้ทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิดก่อน สาเหตุที่รถทุกคันต้องทำพ.ร.บ.รถยนต์ก็ด้วยเหตุผลดังนี้
- พ.ร.บ. คือข้อบังคับตามกฎหมาย หากรถคันไหนไม่ทำพ.ร.บ.จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
- พ.ร.บ.ใช้ต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ในการต่อภาษีรถยนต์ประจำปีจะต้องใช้พ.ร.บ. หากไม่มีพ.ร.บ.ก็ไม่สามารถต่อภาษีได้
- พ.ร.บ.ให้ความคุ้มครองผู้ประสบเหตุ ตามตารางด้านล่าง โดย ค่าเสียหายเบื้องต้น ไม่ต้องรอผลพิสูจน์ว่าฝ่ายใดชน หรือฝ่ายใดเป็นฝ่ายถูก-ผิด กรณีบาดเจ็บ จ่ายตามค่ารักษาจริงสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท
| ประเภทความคุ้มครอง | วงเงินสูงสุด (บาท/คน) |
| จำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้น ได้รับโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด | |
| 1. ค่ารักษาพยาบาล จากการบาดเจ็บ (ตามจริง) | ไม่เกิน 30,000 |
| 2. เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร | 35,000 |
| ค่าเสียหายส่วนที่เกินกว่าค่าเสียหายเบื้องต้นสำหรับผู้ประสบภัย (จะได้รับภายหลังจากการพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เป็นฝ่ายละเมิด) | |
| 1. ค่ารักษาพยาบาล จากการบาดเจ็บ (ตามจริง) | ไม่เกิน 80,000 |
| 2. เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร | 200,000 – 500,000 (ตามระดับความเสียหายที่กำหนด) |
| 3. ค่าชดเชยรายวัน วันละ 200 บาท รวมกันไม่เกิน 20 วัน กรณีเข้าพักเป็นผู้ป่วยใน | สูงสุดไม่เกิน 4,000 |
ดังนั้นพ.ร.บ. จึงเป็นหลักประกันภัยสำหรับความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่รถทุกคันต้องมี และยังต้องใช้ในการต่อภาษีรถยนต์ รวมถึงให้ความมั่นใจได้ด้วยว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็จะมีพ.ร.บ.เข้ามาช่วยค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าผู้ขับขี่จะเป็นฝ่ายถูกหรือผิดก็ตาม
พ.ร.บ. รถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง
พ.ร.บ.รถยนต์ เป็นประกันภัยภาคบังคับที่เน้นคุ้มครองผู้ประสบเหตุจากรถทุกคน ทั้งตัวผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือคนเดินเท้าทั่วไป และจะเน้นคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น ไม่ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินต่างๆ โดยทั่วไปแล้วความคุ้มครองของพ.ร.บ.จะมีทั้งหมดดังนี้
1. คุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้น (โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด)
พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับล่าสุด) กำหนดให้สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลตามจริงได้สูงสุด 30,000 บาทต่อคน กรณีผู้ประสบภัยสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพถาวร บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นจำนวน 35,000 บาทต่อคน
2. คุ้มครองค่าเสียหายส่วนเกินจากค่าเสียหายเบื้องต้น (กรณีพิสูจน์แล้วว่าไม่มีความผิด)
- ค่ารักษาพยาบาลจ่ายตามจริง สูงสุดไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน
- กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพอย่างถาวรสิ้นเชิง จะได้รับค่าชดเชย 500,000 บาทต่อคน
- กรณีทุพพลภาพถาวร (ไม่สามารถประกอบอาชีพประจำได้) จะได้รับค่าชดเชย 300,000 บาทต่อคน
- กรณีสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียนิ้ว (มือ/เท้า ตั้งแต่ 1 ข้อขึ้นไป) จะได้รับค่าชดเชย 200,000 บาทต่อคน
- กรณีสูญเสียอวัยวะหนึ่งข้าง จะได้รับค่าชดเชย 250,000 บาทต่อคน
- กรณีสูญเสียอวัยวะสองข้าง หรือตั้งแต่ 2 กรณีขึ้นไป จะได้รับค่าชดเชย 500,000 บาทต่อคน
- เงินชดเชยรายวัน กรณีเข้ารับการรักษาในฐานะผู้ป่วยในสำหรับผู้ถูกละเมิด วันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 วัน รวมสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน
ทั้งนี้ทาง คปภ. ได้ปรับเพิ่มวงเงินความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เป็นสูงสุด 20 ล้านบาทต่อครั้ง สำหรับอุบัติเหตุใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประสบภัยหลายคน สำหรับรถยนต์ทุกประเภท โดยไม่ปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัย
สิ่งที่ พ.ร.บ. ไม่ให้ความคุ้มครอง
- เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสงคราม หรือการสู้รบจากศัตรูต่างชาติ
- ความไม่สงบภายในประเทศ เช่น สงครามกลางเมือง การปฏิวัติ การก่อกบฏ การยึดอำนาจ หรือการต่อต้านรัฐบาล
- ความเสียหายจากการทุจริต การโจรกรรม หรือการปล้นทรัพย์
- อันตรายที่เกิดจากสารกัมมันตรังสี หรือพลังงานนิวเคลียร์
- การนำรถไปใช้งานนอกประเทศ การใช้รถในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น แข่งรถบนถนนสาธารณะ หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจนถูกดำเนินคดี
ต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ มีอัตราค่าเบี้ยประกันภัยเท่าไหร่
สำหรับค่าเบี้ยประกันในการต่อ พ.ร.บ. จะแยกกันระหว่างประเภทรถยนต์ โดยจะมีค่าเบี้ยประกันภัยของรถแต่ละแบบดังนี้
- รถเก๋งไม่เกิน 7 ที่นั่ง มีค่าเบี้ยประกันคันละ 645.21 บาท รวมภาษีอากร
- รถกระบะ บรรทุกไม่เกิน 3 ตัน มีค่าเบี้ยประกันคันละ 967.28 บาท รวมภาษีอากร
- รถตู้ไม่เกิน 15 ที่นั่ง มีค่าเบี้ยประกันคันละ 1,182.35 บาท รวมภาษีอากร
หมายเหตุ : อัตราค่าเบี้ยประกันดังกล่าวเป็นอัตราเบี้ยสำหรับการใช้งานส่วนบุคคล
เอกสารที่ต้องใช้ในการต่อ พ.ร.บ. จะมีสำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ และสำหรับรถจักรยานยนต์อายุเกิน 5 ปี หรือรถยนต์อายุเกิน 7 ปี จะต้องมีใบตรวจสภาพรถด้วย
ข้อควรรู้ต่างๆ ในการทำ พ.ร.บ.

นอกจากเรื่องของเอกสารและเบี้ยประกันแล้ว เชื่อว่ายังมีผู้ขับขี่รถหลายคนที่ยังไม่เข้าใจข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็นในการทำพ.ร.บ.หรือต่อ พ.ร.บ. โดยทั่วไปแล้วการต่อ พ.ร.บ. ล่วงหน้าสามารถทำได้สูงสุด 90 วัน หรือประมาณ 3 เดือนก่อนวันหมดอายุ และพ.ร.บ.จะมีอายุความคุ้มครอง 1 ปี เมื่อต่อ พ.ร.บ. แล้วความคุ้มครองใหม่ก็จะเริ่มต่อจากของเดิมในวันที่ต่อทันที การนำพ.ร.บ.ไปต่อภาษีรถยนต์ อายุของพ.ร.บ.นั้นจะต้องมีมากกว่า 90 วัน หรือประมาณ 3 เดือน ส่วนช่องทางในการต่อพ.ร.บ.นั้นมีให้เลือกได้หลายช่องทาง เช่น
ช่องทางออนไลน์
- เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก (e-Service)
- แอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax
- เว็บไซต์ประกันภัยต่างๆ เช่น MSIG ประกันภัย
ช่องทางออฟไลน์
- สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ
- สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตร.อ.)
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
- ที่ทำการไปรษณีย์ไทย
- เคาน์เตอร์เซอร์วิส
- ห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการ
ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ดีกว่าทำ พ.ร.บ. อย่างเดียวอย่างไร
แม้ว่า พ.ร.บ. จะเป็นประกันภัยภาคบังคับที่รถทุกคันต้องมี และช่วยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นให้ผู้ประสบภัยจากรถได้ แต่ความคุ้มครองจะเน้นเฉพาะตัวบุคคลเป็นหลัก และไม่ได้ครอบคลุมความเสียหายของรถยนต์หรือทรัพย์สินต่าง ๆ
ดังนั้น หลายคนจึงเลือกทำ “ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ” เพิ่มเติม เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งค่าซ่อมรถยนต์ ความเสียหายต่อคู่กรณี รวมถึงเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้งานรถในชีวิตประจำวัน
สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองครบถ้วน ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ถือเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยม เพราะครอบคลุมทั้งอุบัติเหตุ รถชน รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม และภัยธรรมชาติ รวมถึงความเสียหายแม้ไม่มีคู่กรณี
ขณะที่ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ และชั้น 3+ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมงบประมาณ แต่ยังอยากได้ความคุ้มครองเพิ่มเติมมากกว่าพ.ร.บ. เช่น คุ้มครองกรณีรถหาย ไฟไหม้ หรืออุบัติเหตุรถชนที่มีคู่กรณี ซึ่งช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งานรถได้มากขึ้น
การเลือกประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่เหมาะสม จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้คุณได้รับความคุ้มครองได้ครอบคลุมกว่าการมี พ.ร.บ. เพียงอย่างเดียว และสามารถเลือกแผนให้เหมาะกับทั้งลักษณะการใช้งานรถและงบประมาณของตัวเองได้ง่ายขึ้น
ทำประกันภัยรถยนต์กับ MSIG รอรับ พ.ร.บ. ออนไลน์ พร้อมกรมธรรม์ได้ทันที
เพื่อความสะดวกสบาย ในขณะที่เลือกทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ตามความต้องการและงบประมาณของตนเอง สามารถทำ พ.ร.บ เพิ่มเติมกับ MSIG ประกันภัย และรับกรมธรรม์ทันทีทางอีเมล ใช้ต่อภาษีได้จริง ทราบเบี้ยประกันภัยทันที พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. ครอบคลุมพ.ร.บ. รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ และรถตู้
ขั้นตอนการซื้อประกันภัยรถยนต์ MSIG และต่อ พ.ร.บ
- เข้าเว็บไซต์ MSIG ประกันภัย
- เลือกรถยนต์/พ.ร.บ. และกรอกข้อมูลรถยนต์ รายละเอียดผู้เอาประกันภัย
- ตรวจสอบความถูกต้อง ชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์
- รับกรมธรรม์ผ่านทางอีเมล นำไปต่อภาษีได้ทันที
ข้อดีการต่อ พ.ร.บ. กับ MSIG
- รวดเร็ว: รับกรมธรรม์ทางอีเมลทันทีหลังชำระเงิน
- สะดวก: ต่อได้ทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง
- เชื่อถือได้: เป็นประกันภัยภาคบังคับที่คุ้มครองตามกฎหมาย
สำหรับใครที่ยังมีคำถามต่าง ๆ เกี่ยวกับการทำพ.ร.บ. ค่าเบี้ยประกันต่างๆ หรือต้องการซื้อประกันภัยรถยนต์เพิ่มเติมจากพ.ร.บ.ที่มีเพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่มากขึ้น ก็สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของ MSIG ประกันภัย เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้ทันที
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการต่อพ.ร.บ.
พ.ร.บ.รถยนต์คืออะไร ถ้าไม่ต่อพ.ร.บ.แล้วมีความผิดไหม
พ.ร.บ.รถยนต์คือประกันภัยภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องทำ เพื่อคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งการไม่มีพ.ร.บ.หรือไม่ต่อพ.ร.บ.จะมีความผิดทางกฎหมาย มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
อายุพ.ร.บ.ขาดเกิน 1 ปี ต้องทำอย่างไร มีค่าปรับไหม
เมื่ออายุพ.ร.บ.ขาดเกิน 1 ปีจะไม่มีค่าปรับพ.ร.บ.ย้อนหลัง แต่รถคันนั้นจะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ซึ่งเสี่ยงต่อการโดนค่าปรับจราจรสูงสุด 10,000 บาท ดังนั้นควรซื้อพ.ร.บ.ใหม่ก่อนแล้วรีบนำหลักฐานไปตรวจสภาพรถและชำระภาษี ชำระค่าภาษีย้อนหลัง
ต่อพ.ร.บ.ล่วงหน้าได้นานที่สุดกี่วัน
การต่อพ.ร.บ.ล่วงหน้าสามารถทำได้นานที่สุด 90 วัน หรือประมาณ 3 เดือน
ต่อพ.ร.บ.ออนไลน์แล้วนำไปต่อภาษีรถยนต์ได้ทันทีไหม
เมื่อชำระเงินค่าเบี้ยประกันในการต่อพ.ร.บ.ออนไลน์เรียบร้อยแล้ว ก็จะได้รับกรมธรรม์ผ่านทางอีเมลที่ใช้สมัคร หลังจากนั้นสามารถนำมาใช้ต่อภาษีรถยนต์ได้ทันที
รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่งมีค่าเบี้ยประกันต่อพ.ร.บ.เท่าไหร่
การต่อพ.ร.บ.รถเก๋งไม่เกิน 7 ที่นั่ง มีค่าเบี้ยประกันคันละ 645.21 บาท